เปิดฉากฤดูกาลใหม่ลีกฟุตบอลสูงสุดของไทย “ไทยลีก 1” หลายสโมสรทุ่มเงินมหาศาลในการดึงนักเตะเสริมทัพขณะเดียวกันการแข่งขันในฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องกติกาของตัวผู้เล่น

บริษัท ไทยลีก จำกัด คลอดแนวทางใหม่จากเดิมนักเตะต่างชาติ 3+1+3 (ต่างชาติ+เอเชีย-อาเซียน)มีการเปลี่ยนแปลงชนิดไฟไหม้ให้สามารถส่งชื่อนักเตะอาเซียนได้ไม่จำกัด

โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเปิดตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ สิทธิประโยชน์ในอนาคตทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากหลายทีมไม่ทันตั้งตัวและทำให้มีทีมที่ได้เปรียบและหลายทีมที่เสียเปรียบ

การประกาศครั้งนี้ของฝ่ายจัดการแข่งขันมีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการพัฒนาลีกแบบ “ไม่ตรงจุด” เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นมาแต่อย่างใด

ฝ่ายจัดการแข่งขันฯก็พอที่จะได้รับคำชมอยู่บ้าง เมื่อตัดสินใจนำ “วีเออาร์” หรือ (วิดีโอช่วยตัดสิน) เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก และนับเป็นชาติแรกในภูมิภาคนี้ที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพื่อช่วยผู้ตัดสินในการลงสนามที่ผ่านมาผู้ตัดสินมักจะมีปัญหาในการใช้สายตาเพื่อการตัดสินทำให้บางทีมเสียประโยชน์

ไทยลีกเสื่อมความนิยมจริงหรือ…นี่คือคำถามสำคัญ???

สำหรับฟุตบอลไทยลีกแล้ว ต้องยอมรับว่าเมื่อสมัยที่มี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯนั้น อยู่ในยุคเฟื่องฟูสุดๆ จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด

ใครจะไปเชื่อว่าลีกฟุตบอลบ้านเราจะได้ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดระดับ 2,000-3,000 ล้านบาท

ทั้งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

แฟนบอลในสนามแน่นจนไม่มีที่จะนั่ง ทีมระดับบิ๊กมีซุปเปอร์สตาร์ประดับทีมมากมาย

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด-เมืองทอง ยูไนเต็ด-ชลบุรี ยูไนเต็ด-บีอีซี เทโรศาสนสโมสรเหล่านี้ลงสนามคราใดแฟนบอลเต็มพรึบ รวมไปถึงทีมระดับล่างๆของลีก แม้จะไม่ค่อยมีดาวดัง แต่แฟนบอลก็มาเชียร์กันด้วยความเป็นหนึ่งเดียว ด้วยสำนึกรักท้องถิ่น

แต่ปัจจุบันคนดูฟุตบอลลีก “ยอดตก” อย่างน่าใจหาย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ คนปัจจุบัน เคยออกมายอมรับว่าวิตกกับเรื่องนี้ โดยบอกถึงเหตุผลที่แฟนบอลไม่เข้าสนามว่า “โลกมันเปลี่ยนไป” หาก “โซเชียล” ยิ่งพุ่ง ก็จะส่งผลกระทบให้คนเข้าไปดูฟุตบอลในสนามน้อยลง

ทั้งที่จริง ๆ แล้วสาเหตุหลัก ๆ ที่แฟนบอลไม่เข้าสนามก็มีอยู่หลายประการโซเชียลมีเดียเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะเดี๋ยวนี้จะดูบอลตอนไหน ที่ไหน ก็ย่อมได้

แต่นอกเหนือจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีส่วนอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยส่งผลให้บอลไทยตกต่ำลงด้วย

ปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี, ทีมฟอร์มตก, คุณภาพทีมลดลง, การลดทีมในลีกเหลือแค่ 16 ทีม, การตัดสินผิดพลาดของผู้ตัดสินทำให้แฟนบอลเบื่อหน่าย, ค่าบัตรเข้าชมแพงไป, การประชาสัมพันธ์ห่วย สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกันทั้งหมด

นี่เป็นปัญหาที่ผู้ดูแลใน “ยุคนี้” ต้องเร่ง รีบแก้ไขเพื่อที่จะดึงคนดูให้กลับมาเข้าสนามหรือจะปล่อยให้ไทยลีกต้อง “ตกต่ำ”ขณะเดียวกัน แฟนบอลก็ต้องมีส่วนร่วมในการช่วยกันด้วย ภาพจำของลีกไทย (ทุกลีก) เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว “คนดูเต็มสนาม”

ภาพจำเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา “คนดูโหรงเหรง” (บางลีกไม่มีคนดูแล้ว)

ภาพที่จะได้เห็นในปีนี้ จะเป็นเช่นไร แค่นึกก็เสียวไส้ ติดตามอ่านได้อย่างต่อเนื่อง ได้ที่นี่