เป็นไปตามแผน

สำหรับลิเวอร์พูลในการเจอกับมิดทิลลันด์ในบ้านแบบนี้

ถ้าเป็นทีมชุดใหญ่ฟูลทีมมาชนกันตรงๆ แน่นอนล่ะครับว่าเป็นลิเวอร์พูลที่เหนือกว่าแน่นอน แต่ด้วยโปรแกรมที่ชุกเหลือเกินในช่วงนี้ของลิเวอร์พูล ทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์ต้องหมุนเวียนนักเตะในทีมบ้างเพื่อรักษาสภาพร่างกายของนักเตะในทีมให้พร้อมที่สุด

เกมนี้คล็อปป์จัดการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในแดนกลางและแดนรุกแทบจะทั้งหมดเลย โอริกี้ , ชากิรี่ , โชต้า , มินามิโนะ , มิลเนอร์ ได้รับโอกาสในเกมนี้แทนพวกตัวจริงที่คุ้นตา มีเพียงแค่กองหลังเท่านั้นที่ยังเป็นชุดเดิม แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีตัวเลือกแล้วก็ได้

ซึ่งตรงจุดนี้แหละครับทำให้ระดับของทั้งสองทีมถูกย่นระยะลงมาให้ใกล้กันมากขึ้น และไม่ว่าจะยังไงมิดทิลลันด์ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแชมป์ของเดนมาร์กอยู่ดีนั่นแหละครับ นั่นหมายถึงว่าพวกเขาเองก็มีดีพอสมควรเช่นกัน และยิ่งกว่านั้นพวกเขาได้รับฉายา “มันนี บอล” เช่นเดียวกันกับลิเวอร์พูลนี่แหละครับ

นั่นหมายถึงว่าทั้งสองทีมใช้หลักการทำทีมแนวๆ เดียวกัน คือ ใช้หลักสถิติในการสร้างทีม แผนและแท็กติกอะไรก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก และด้วยเทคโนโลยีต่างๆ นั่นยิ่งทำให้ทุกทีมสู้กันได้อย่างสูสีกันมากขึ้นกว่าเดิมไปอีกขั้นนึงครับ นั่นจึงทำให้เกมนี้มิดทิลลันด์นั้นสู้กับลิเวอร์พูลได้อย่างสูสีจริงๆ 

ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ๆ ของลิเวอร์พูลมานานมากจริงๆ ครับ ตรงที่ผู้เล่นชุดสองยังไม่สามารถทดแทนผู้เล่นตัวจริงได้อย่างเนียนสนิท โดยเฉพาะผู้เล่นในแดนหน้า ที่ศักยภาพค่อนข้างต่างกันอย่างชัดเจนจริงๆ 3 ผู้เล่นที่ลงมาแทน 3 ประสานตัวจริงนั้นยังไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างที่แฟนๆ ต้องการ

SAGAME66

การประสานงาน การต่อบอล การจบสกอร์ การคุกคามแนวรับฝั่งตรงข้าม ยังห่างไกลจากตัวจริงอยู่ช่วงตัวนึงเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นก็นับว่ามีการพัฒนาอยู่บ้างเหมือนกันครับ คือ ตอนนี้เหมือนกับว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ส่งตัวจริงใน 3 ประสานลงมาเพียงแค่ 1 ตำแหน่ง

เกมรุกของลิเวอร์พูลก็ยกระดับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลย หรือพูดง่ายๆ คือ แค่หาตัวมาประคองแค่ 1 ตัวแนวรุกก็ยังพอจะฝากผีฝากไข้ไว้ได้ครับ โดยเฉพาะ SAGAME66 ที่ดูจะโดดเด่นกว่าใครเขาเพื่อนในหมู่ตัวสำรองด้วยกัน และเกมนี้เจ้าตัวก็ยังทำประตูให้กับทีมและตัวเองได้ด้วย

และตามสถิติแล้วนี่เป็นประตูที่ 10,000 ของสโมสรพอดิบพอดี นั่นทำให้เขาจะได้ถูกจารึกเป็น 1 ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรแน่นอนครับ อีกคนที่พอจะทำผลงานได้ดี คือ เซอร์ดาน ชากิรี่ ครับ ด้วยเซนส์บอล  เทคนิค และประสบการณ์ของเขาทำให้เขาเอาตัวรอดกับเกมแบบนี้ได้อย่างสบายๆ

หลายๆ ครั้งก็จ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อนได้ลุ้นประตูได้ตลอดทั้งเกม  ส่วนคนที่ยังน่าเป็นห่วงเลย ก็เป็น โอริกี้ กับ มินามิโนะนี่แหละครับ ทางด้านโอริกี้ยังไม่ค่อยอะไรมาก เพราะถ้ากล่าวกันตามจริง โอกาสของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ น่าจะลดน้อยถอยลงมากแล้วหลังจากการเข้ามาของดิโอโก้ โชต้า

แต่เจ้าทาคิคุงนี่แหละครับ ที่น่าเป็นห่วงหนักกว่าใครเขาเพื่อน เจ้าตัวนั้นดูจะปรับตัวเข้ากับทีมช้ามากจริงๆ ยิ่งถ้าเทียบกับโชต้านั้น ใครที่ไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลอาจจะสับสนก็ได้ว่าใครกันแน่ที่อยู่กับทีมมานานกว่ากัน มินามิโนะยังต้องชี้นิ้วขอบอลเพื่อน 

วิ่งทับตำแหน่งกับเพื่อน ทำบอลเสียค่อนข้างบ่อย และแรงปะทะของเจ้าตัวก็ดูจะไม่ดีขึ้นเอาเสียเลย กับความคาดหวังของคล็อปป์และแฟนๆ ที่หวังว่าจะให้เจ้าตัวมาสลับสับเปลี่ยนแทนฟิร์มีโน่ด้วยนั้น เขายังห่างไกลจากความคาดหวังค่อนข้างเยอะเลย

ติดตามข่าวสารได้ที่ trigsol.com